|
"อโมริม" รั้งบ๊วย ส่องเปอร์เซ็นต์ชนะ 6 กุนซือ "แมนยูฯ" หลังหมดยุค "เฟอร์กูสัน"
กลายเป็นประเด็นร้อนทันที เมื่อสื่ออังกฤษเปิดสถิติการทำทีมของ รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งเข้ามารับงานไม่นาน แต่กลับมี เปอร์เซ็นต์คว้าชัยชนะต่ำที่สุด ในบรรดา 6 กุนซือยุคหลัง “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” sahawin
6 บอสใหญ่ หลังยุคเฟอร์กูสัน
หลังจากตำนานกุนซืออย่างเฟอร์กูสันวางมือในปี 2013 “ปีศาจแดง” ได้เปลี่ยนผู้จัดการทีมมาแล้วหลายคน โดยแต่ละคนต่างมีสถิติแตกต่างกันไป ล่าสุดมีการนำ อัตราการชนะ (%) ของกุนซือทั้ง 6 คนมาเปรียบเทียบชัดเจนดังนี้
โชเซ่ มูรินโญ่ – ชนะ 58.3%
โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ – ชนะ 54.2%
หลุยส์ ฟาน กัล – ชนะ 52.4%
เอริก เทน ฮาก – ชนะ 50.0%
เดวิด มอยส์ – ชนะ 52.9%
รูเบน อโมริม – ชนะเพียง 33.3% (รั้งท้ายสุด)
หมายเหตุ: ตัวเลขอ้างอิงจากการแข่งขันทุกรายการในช่วงที่คุมทีม
ทำไม "อโมริม" ถึงรั้งบ๊วย?
แม้อโมริมจะเป็นกุนซือหนุ่มที่ได้รับการยกย่องในโปรตุเกสจากผลงานกับสปอร์ติง ลิสบอน แต่การมาคุมทีมในพรีเมียร์ลีกถือเป็นบททดสอบใหญ่ สภาพทีมที่ยังไม่สมบูรณ์ รวมถึงแรงกดดันมหาศาลจากแฟนบอลทั่วโลก ทำให้เขายังไม่สามารถสร้างผลงานที่สม่ำเสมอได้
สื่ออังกฤษชี้ว่า ปัญหาของอโมริมคือการ ปรับตัวให้เข้ากับขุมกำลังปัจจุบัน รวมถึงระบบที่ยังไม่ลงตัว ทำให้ชัยชนะไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้เปอร์เซ็นต์ชนะต่ำจนน่ากังวล
เสียงกดดันจากแฟนบอล
แฟนบอลแมนยูฯ หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า อโมริมจะสามารถทนแรงกดดันในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้กุนซือหลายรายที่มีดีกรีสูงยังไม่สามารถพาทีมกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ได้
อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายฝ่ายที่มองว่า การตัดสินกุนซือจากสถิติระยะสั้นอาจไม่แฟร์นัก เนื่องจากอโมริมเพิ่งเข้ามาทำงาน และยังต้องใช้เวลาในการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง
บทสรุป
การรั้งบ๊วยในชาร์ตเปอร์เซ็นต์ชนะ อาจเป็นสัญญาณเตือนให้อโมริมต้องเร่งพิสูจน์ตัวเองในสนาม หากไม่สามารถยกระดับผลงานได้ในเร็ววัน อนาคตของเขาในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดอาจไม่ยืนยาวเหมือนที่หลายฝ่ายคาดหวัง
แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตาเกมถัดไปว่า อโมริมจะสามารถ พลิกสถานการณ์ และเพิ่มเปอร์เซ็นต์ชนะให้ขยับขึ้นมาได้หรือไม่ ท่ามกลางแรงกดดันที่ยังถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
|